ตรุษจีนรูปแบบใหม่ในยุค 2026 ที่พฤติกรรมของผู้บริโภคในภูมิภาคอาเซียนกำลังเปลี่ยนไป

เมื่อผู้บริโภค 2,000 คนทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลัง “เขียนนิยามตรุษจีน 2026” ใหม่
ตรุษจีน (Chinese New Year: CNY) ยังคงเป็นหนึ่งในเทศกาลที่ฝังรากลึกที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่จาก Insight ของผู้บริโภค 2,000 คนในสิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย และเวียดนาม ในการศึกษาล่าสุดของเรา พบว่า แม้ “การร่วมฉลอง” จะยังเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางแทบทุกประเทศเหมือนเดิม แต่ “วิธีฉลอง” กำลังเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ
ตรุษจีนปี 2026 คือภาพของความยับยั้งชั่งใจมากขึ้น ตั้งใจมากขึ้น และอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงทางการเงินมากขึ้น ประเพณียังอยู่ แต่แรงกดดันเศรษฐกิจ และไลฟ์สไตล์ของมนุษย์ที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ผู้คนจึงเริ่ม “อยู่กับประเพณี” อย่างระมัดระวังกว่าเดิม

4 สไตล์การเตรียมตัวก่อนตรุษจีน
ตรุษจีนปี 2026 ทำให้เห็น “จังหวะการเตรียมตัว” ที่ต่างกันชัดเจนในแต่ละประเทศ โดยสิงคโปร์และมาเลเซียเป็นกลุ่มที่เริ่มเร็วและวางแผนเป็นระบบ
- สิงคโปร์: 43% เริ่มเตรียมตัวล่วงหน้า 2 สัปดาห์ - 1 เดือน และอีก 16% เริ่มเร็วกว่านั้น
- มาเลเซีย: 38% เริ่มล่วงหน้า 2 สัปดาห์ - 1 เดือน และ 17% เริ่มล่วงหน้า 1 - 2 เดือน
พฤติกรรมแบบนี้สะท้อนความไวต่อราคาและความพยายาม “คุมงบ” ในครัวเรือนที่ต้องรับแรงกดดันมากขึ้น
ไทย มีแพตเทิร์นที่ต่างออกไปอย่างชัดเจน โดย 39% ซื้อของใน “สัปดาห์สุดท้ายก่อนตรุษจีน” และอีก 49% เตรียมตัวเพียง 1 - 2 สัปดาห์ล่วงหน้า แต่สิ่งนี้ไม่ได้แปลว่าไม่วางแผน แต่เป็น “รสนิยมทางวัฒนธรรม” ที่โฟกัสไปกับความสดใหม่ของวัตถุดิบ (หรือสินค้า) ความยืดหยุ่น และการตัดสินใจใกล้วันจริง
เวียดนาม อยู่กึ่งกลางระหว่างสองแบบ โดย 35% เตรียมตัวล่วงหน้า 2 สัปดาห์–1 เดือน แต่ 40% ยังซื้อของในช่วง 2 สัปดาห์สุดท้าย สะท้อนการผสมกันของวิถีตลาดดั้งเดิมกับความสะดวกของค้าปลีกสมัยใหม่
เมื่อดู “การสั่งล่วงหน้า” ก็ยิ่งเห็นลำดับความสำคัญที่ต่างกันของแต่ละประเทศ
- หมวดอาหารคืออันดับหนึ่งแทบทุกตลาด (64–75%)
- แต่หมวด “ของไหว้” แตกต่างมาก: สิงคโปร์สั่งล่วงหน้าเพียง 18% ขณะที่ไทยสูงถึง 73% (สูงที่สุดในทุกประเทศสำหรับหมวดที่ไม่ใช่อาหาร) สะท้อนว่าไทยยังยึดโยงกับพิธีกรรมและความศักดิ์สิทธิ์ของเทศกาลอย่างแน่นแฟ้น
อาหาร คือแกนหลักที่ไม่มีใครอยากตัด
ต่อให้ต้องประหยัดแค่ไหน “อาหาร” ก็ยังเป็นหัวใจของตรุษจีนที่แทบไม่มีใครยอมลดก่อน
ผู้บริโภคที่ตั้งใจ “ไม่ใช้งบอาหารเลย” มีน้อยมาก
- สิงคโปร์ 7%
- อีก 3 ประเทศอยู่ที่ 2–4% เท่านั้น
ในทางกลับกัน หมวดที่เป็นทางเลือก เช่นแฟชั่นหรือของดูแลตัวเอง จะถูกตัดง่ายกว่า โดยเฉพาะในสิงคโปร์ 11% ตั้งใจไม่ใช้จ่ายด้านแฟชั่น และ 35% วางแผนงดซื้อของดูแลตัวเอง (ขณะที่ประเทศอื่นอยู่ราว 12–16%) กล่าวง่าย ๆ คือ ถ้างบตึง อาหารคือสิ่งแรกที่คน “กันไว้” ก่อนเสมอ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เลือกซื้อในหมวดอาหารแตกต่างกันตามตลาด
- สิงคโปร์: เน้นขนมหวาน/ของว่าง (61%) และผลไม้สด (53%)
- ไทย: โฟกัสผลไม้สดเป็นหลัก (83%) ตามด้วยอาหารพร้อมทาน (65%)
- เวียดนาม: นำด้วยขนมหวาน/ของว่าง (76%) และผลไม้สด (66%)
ความต่างเหล่านี้สะท้อนธรรมเนียมการกินและรูปแบบการเตรียมอาหารในบ้าน แต่ไม่ว่าจะประเทศไหน “อาหารก็ยังเป็นแกนหลัก” เหมือนกัน
ใครเป็นเจ้าภาพ และฉลองกันที่ไหน (Who Hosts, and Where)
ตรุษจีนปีนี้ ประชาชนส่วนมากที่ตอบแบบสอบถามบอกว่าจะ “อยู่ในประเทศของตัวเอง” เป็นหลัก การเดินทางต่างประเทศยังมีสัดส่วนต่ำ (สูงสุดเพียง 0–12%) แต่รูปแบบการเป็นเจ้าภาพของแต่ละครอบครัวแตกต่างกันมาก
เวียดนาม เด่นที่สุดในฐานะ “เจ้าภาพตัวจริงของภูมิภาค”
- 76% เป็นผู้จัดรวมญาติเอง
- และ 89% ของเจ้าภาพจัดที่บ้าน
ไทย ตามมาติด ๆ
- 60% เป็นผู้จัด
- และ 93% ของเจ้าภาพจัดที่บ้าน ย้ำบทบาทของพิธีกรรมและความสำคัญของบ้านในฐานะศูนย์กลางเทศกาล
มาเลเซีย มีบทบาทเจ้าภาพน้อยกว่า
- 36% เป็นผู้จัด
- 72% ของเจ้าภาพจัดงานที่บ้าน
สิงคโปร์ เป็นข้อยกเว้นชัดเจน
- มีเพียง 26% ที่เป็นผู้จัด
- ขณะที่ 64% ไปงานบ้านคนอื่นมากกว่า ซึ่งเชื่อมโยงกับข้อจำกัดเรื่องพื้นที่อยู่อาศัยและเวลา
- และในกลุ่มเจ้าภาพ สิงคโปร์มีสัดส่วนจัดที่ร้านอาหารสูงที่สุด (31%)
รูปแบบเหล่านี้ส่งผลต่อดีมานด์ชัดเจนว่า เวียดนามและมาเลเซียหนุนการซื้อวัตถุดิบทำอาหารในบ้าน ไทยผสมการฉลองที่บ้านกับการออกไปทานนอกบ้านแบบ “เลือกเฉพาะ” ส่วนสิงคโปร์พึ่งพา Catering และเดลิเวอรีมากกว่า
ประเพณียังอยู่…แต่ความรู้สึกไม่เหมือนเดิม (Tradition Without Joy)
มื้อรวมญาติยังเป็นภาพจำของเทศกาล แต่เหตุผลที่ผู้คน “ไปนั่งอยู่ตรงนั้น” เริ่มสะท้อนความซับซ้อนมากขึ้น
ในสิงคโปร์ 67% บอกว่าไปเพราะ “เป็นธรรมเนียม” และ 51% ไปเพราะ “หน้าที่ต่อครอบครัว” แต่มีเพียง 31% ที่รู้สึกว่า “อยากไปจริง ๆ” ส่วนแรงจูงใจจากโซเชียลมีเดียแทบไม่มี (เพียง 6% ในสิงคโปร์) สะท้อนว่า การเข้าร่วมไม่ได้ทำเพื่อโชว์ แต่เกิดจากความคาดหวังและแรงกดดันภายในครอบครัวมากกว่า
ตรุษจีนจึงเริ่มถูก “พยุงด้วยหน้าที่” มากกว่าความสุข และช่องว่างระหว่าง “ต้องไป” กับ “อยากไป” คือสัญญาณว่าการรักษาประเพณีในโลกยุคใหม่มีต้นทุนทางอารมณ์มากขึ้น
คำถามเรื่องอั่งเปา (The Ang Pao Question)
ทัศนคติเรื่องอั่งเปาเริ่มมีความ “ก้ำกึ่ง” มากขึ้น โดยเฉพาะในสิงคโปร์
- 56% สนุกกับการได้รับอั่งเปา (25% “ชอบมาก” และ 31% “ชอบ”)
- แต่ 44% รู้สึกเฉย ๆ
- ในฝั่งการให้ก็คล้ายกัน: 47% สนุกกับการให้ ขณะที่ 35% เฉย ๆ
ธรรมเนียมยังคงถูกทำต่อไป แต่ความอินลดลง เมื่อภาระการเงินและจำนวน “วงที่ต้องให้” ขยายตัว อั่งเปาจึงกลายเป็นพิธีกรรมที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ส่วนมากยังทำเพราะเป็นธรรมเนียม มากกว่าจะทำด้วยความรู้สึกล้วน ๆ
พฤติกรรมการช้อปออนไลน์แต่ละประเทศ ยังคงแตกต่างกัน
หมวดแฟชั่น
- สิงคโปร์: ยังเป็น multi-channel โดย 58% ซื้อหน้าร้าน 22% ผ่านเว็บไซต์แบรนด์ และ 17% ผ่าน marketplace
- ไทย: เอนเอียงไปทาง marketplace มากกว่า ที่ 39%
- มาเลเซีย: เลือกซื้อหน้าร้าน 50% และซื้อผ่านช่องทางดิจิทัล 29%
- เวียดนาม: นำโด่งด้านดิจิทัล โดย 52% พึ่งพา marketplace และมีเพียง 31% เท่านั้นที่ซื้อหน้าร้าน
Group buying ยังไม่ใช่กระแสหลัก แต่มีบทบาทพอสมควร
- สิงคโปร์ 11%
- ไทย/มาเลเซีย/เวียดนามเพิ่มเป็น 20–23%
สิ่งที่เหมือนกันคือ “โปรโมชันยังมีพลังมาก”
- ไทย (76%) และเวียดนาม (79%) เป็นกลุ่มล่าดีลหนักที่สุด
- ตามด้วยมาเลเซีย (68%) และสิงคโปร์ (58%)
และโปรโมชันที่โดนใจของแต่ละประเทศก็ไม่เหมือนกัน
- ไทยอินกับ flash sales มากที่สุด
- มาเลเซียและเวียดนามชื่นชอบส่วนลดแบบกลุ่ม
- สิงคโปร์ชอบความสะดวกแบบ bundle มากกว่า
-
ใช้จ่ายยังไปต่อ แม้เศรษฐกิจไม่นิ่ง
แม้บรรยากาศเศรษฐกิจจะกดดัน แต่การใช้จ่ายตรุษจีนไม่ได้ “หายไป” อย่างที่หลายคนกังวล
- สิงคโปร์: 58% คาดว่าจะใช้จ่ายพอ ๆ กับปีก่อน 31% คาดว่าจะใช้มากขึ้น และ 11% จะลดลง
- ไทยและเวียดนาม: มองเชิงบวกกว่า โดย 53% ของไทย และ 62% ของเวียดนามคาดว่าจะใช้เพิ่ม
- มาเลเซีย: ระมัดระวังมากกว่า แต่ภาพรวมยังเป็นไปในเชิงบวก
นี่คือหลักฐานว่า “ตรุษจีนยังเป็นสิ่งที่ผู้คนกันไว้ในใจและในงบ” ผู้บริโภคกำลังปรับวิธีใช้เงิน ไม่ได้ปรับการมีส่วนร่วม
4 ประเทศ 1 การเปลี่ยนผ่าน
สุดท้ายแล้ว ตรุษจีน 2026 เล่าเรื่องเป็น “4 แบบ” ที่แตกต่างกันชัด
- สิงคโปร์: ปรับประเพณีให้ “คุ้มและคล่องตัว” โดยเน้นไปที่การวางแผนล่วงหน้า ใช้บริการช่วยจัดการ ล่าดีล ลดความฟุ่มเฟือยแบบเงียบ ๆ แต่ยังรักษาแก่นพิธีกรรมไว้ ขณะเดียวกันก็เห็นชัดว่า “หน้าที่” สำคัญกว่าความสุข
- ไทย: ฉลองแบบเป็นธรรมชาติแต่มีชั้นเชิง โดยซื้อของใกล้วันเพื่อความสดใหม่ แต่สั่งของไหว้ล่วงหน้า เปิดรับโอกาสการทานนอกบ้าน และยังคงความสุขกับการให้/การทำบุญได้ดี กรอบคิดเรื่อง “บุญ” ยังแข็งแรง
- มาเลเซีย: เดินเกมภายใต้ข้อจำกัด โดยวางแผนล่วงหน้าแบบสิงคโปร์ แต่บทบาทเจ้าภาพคล้ายเวียดนาม ติดอยู่ระหว่างความเป็นเมืองกับประเพณี และ group buying กลายเป็นกลไกช่วยกันแบ่งเบาค่าใช้จ่ายในเทศกาล
- เวียดนาม: จัดเต็มและภาคภูมิใจ โดยเป็นเจ้าภาพการจัดงานมากที่สุด ฉลองที่บ้านเป็นหลัก และยังเชื่อมโยงกับประเพณีด้วยความรู้สึกอย่างชัดเจน ขณะเดียวกันดิจิทัลคอมเมิร์ซและ group buying ก็ฝังอยู่ในชีวิตประจำวันไปแล้ว
สัญญาณของ CNY 2026 จึงชัดเจนว่า ประเพณียังอยู่ แต่ผู้คนต้องปรับ “วิธีอยู่กับประเพณี” ให้เข้ากับความเป็นจริงทางเศรษฐกิจ และผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังทำสิ่งนั้นด้วยความเป็นเหตุเป็นผล ยืดหยุ่น และยังรักษาแก่นทางวัฒนธรรมไว้ในแบบของแต่ละประเทศ
หากคุณสนใจทำการศึกษาลักษณะเดียวกัน หรือสนใจเข้าถึงชุดข้อมูลของเรา โปรดติดต่อที่ sales@mili.eu
เกี่ยวกับการศึกษา (About the study)
บทวิเคราะห์นี้อ้างอิงจาก Milieu Dataset: CNY2026 Spending Survey เก็บข้อมูลในเดือนมกราคม 2026 ครอบคลุม 4 ตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยสำรวจผู้ตอบแบบสอบถามประเทศละ 500 คนในสิงคโปร์ ไทย มาเลเซีย และเวียดนาม (รวม N=2,000) เพื่อทำความเข้าใจ “ความตั้งใจในการใช้จ่าย” “รูปแบบการใช้จ่าย” และ “ทัศนคติต่อตรุษจีน 2026” พ ร้อมสะท้อนภาพรวมว่าผู้บริโภคในภูมิภาคกำลังนำทางประเพณีท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจอย่างไร
ข้อมูลถูกเก็บด้วยวิธีการที่สอดคล้องกันในทุกตลาด เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบระดับภูมิภาคได้โดยตรง

Author
Milieu Team
At Milieu, we’re a team of curious minds who love digging into data and uncovering what drives people. Together, we turn insights into stories—and stories into action. We also run on coffee, deadlines, and the occasional meme.
.webp)