คนใส่ใจโลกมากกว่าที่คิด เพียงแต่ยังเห็นภาพไม่ครบ

ทุกเดือนเมษายนของทุกปี วัน Earth Day ก็กลับมาพร้อมภาพที่คุ้นตา ทั้งถุงผ้ารีไซเคิล แคมเปญชวนลดขยะ และแบรนด์ต่าง ๆ ที่พากันเปลี่ยนโลโก้เป็นสีเขียว แต่ผลการศึกษาล่าสุดของ Milieu Insight ซึ่งสำรวจผู้ตอบ 900 คน ในสิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย ชี้ให้เห็นว่าอุปสรรคที่แท้จริงของการสร้างโลกที่ยั่งยืนกว่าเดิม ไม่ได้อยู่ที่ “คนไม่สนใจ” แต่คือ “ช่องว่างของความเข้าใจ” ที่กำลังบั่นทอนความพยายามทั้งหมดอยู่อย่างเงียบ ๆ
ต้นทุนที่เรามองไม่เห็น
ถ้าลองถามคนทั่วไปว่า “รู้ไหมว่า AI ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม?” หลายคนคงพยักหน้าตอบรับ แต่พอถามต่อว่า “มากแค่ไหน?” ภาพในหัวก็เริ่มเบลอลงทันที
ผลสำรวจของเราพบว่ามีผู้ตอบเพียง 29% เท่านั้นที่ตอบถูกว่า การใช้ AI chatbot กินพลังงานมากกว่าการค้นหาใน Google ทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ — บางกรณีมากถึง 10 เท่า ขณะที่อีก 71% ที่เหลือประเมินความต่างต่ำกว่าความเป็นจริง หรือคิดว่าทั้งสองอย่างกินพลังงานพอ ๆ กัน และในประเทศไทย ตัวเลขยิ่งน่าตกใจ เพราะ 42% เชื่อว่า “ไม่ต่างกันเลย”

ที่มา: ผลสำรวจ Earth Day 2026 โดย Milieu Insight
นี่ไม่ใช่ช่องว่างเล็ก ๆ แต่มันคือ “จุดบอด” ในความเข้าใจของเราเองว่าชีวิตดิจิทัลแต่ละวันแลกมาด้วยต้นทุนอะไรบ้าง ทุกครั้งที่เราใช้ AI — ไม่ว่าจะร่างอีเมล สร้างภาพ หรือแค่ถามคำถาม — เรากำลังดึงพลังงานจากดาต้าเซ็นเตอร์ที่ใช้ไฟฟ้าและน้ำในปริมาณมหาศาล ตัวอย่างเช่น ดาต้าเซ็นเตอร์ระดับ hyperscale บางแห่งใช้น้ำต่อวันเทียบเท่ากับสระว่ายน้ำโอลิมปิกหลายสระรวมกัน
แต่สำหรับผู้ใช้งานส่วนใหญ่ ต้นทุนเหล่านี้กลับมองไม่เห็น หน้าจอก็ดูสะอาด คำตอบก็มาไว และคาร์บอนก็อยู่ที่ไหนสักแห่งไกล ๆ ตัว ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ “คนไม่สนใจ” แต่อยู่ที่ “คนตัดสินใจโดยไม่เห็นภาพทั้งหมด” ในมาเลเซีย 28% ของผู้ตอบยอมรับตรง ๆ ว่าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเริ่มต้นเรื่องความยั่งยืนจากตรงไหน — สูงที่สุดในทุกตลาดที่สำรวจ
ถึงเวลาที่บริษัทต้องเปิดข้อมูลให้เห็น
ในทั้งสามตลาดที่สำรวจ 85% ของผู้ตอบเห็นตรงกันว่าบริษัทต่าง ๆ — โดยเฉพาะยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีและผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ — ควรเปิดเผยปริมาณการใช้น้ำและพลังงานของตัวเอง เกือบครึ่ง (48%) ระบุว่าควรมีกฎหมายบังคับ ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นเพียง “คำประกาศเจตนา” โดยสมัครใจ และในประเทศไทย ตัวเลขนี้ขึ้นไปถึง 57%

ที่มา: ผลสำรวจ Earth Day 2026 โดย Milieu Insight
ความต้องการนี้เกิดขึ้นในยุคที่รายงานด้านความยั่งยืนเริ่มเป็นเรื่องปกติมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้ “มีประโยชน์” มากขึ้นตามไปด้วย ถึงบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่จะเผยแพร่รายงานประจำปี แต่ความลึกและความสม่ำเสมอของข้อมูลยังต่างกันมาก บางรายเปิดแค่ตัวเลขรวม บางรายรายงานเฉพาะไซต์ของตัวเอง และบางรายก็ตัดข้อมูลการใช้จริงออกไปเลย
แม้แต่นักลงทุนสถาบันเองก็เริ่มกดดันให้มีการรายงานที่ละเอียดและเป็นมาตรฐานเดียวกันมากขึ้นก่อนการประชุมผู้ถือหุ้น และดูเหมือนว่าสาธารณชนเองก็กำลังถามคำถามเดียวกัน — ถ้าต้นทุนต่อสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องจริง แล้วทำไมมันถึงยังวัดยากขนาดนี้?
ทำให้ “ทางเลือกเพื่อโลก” เป็นเรื่องง่าย
ความรู้สำคัญ ความรับผิดชอบก็สำคัญ แต่ยังมีชิ้นส่วนที่สามของปริศนานี้ และอาจเป็นชิ้นที่ “เป็นมนุษย์” ที่สุด
เมื่อถามว่าอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงเรื่องใดมากที่สุดภายใน Earth Day ปีหน้า คำตอบอันดับหนึ่งที่ 40% ของผู้ตอบเลือก ไม่ใช่กฎหมายที่เข้มงวดขึ้น ไม่ใช่ข้อตกลงระดับภูมิภาค และไม่ใช่แม้แต่การศึกษาที่ดีขึ้น แต่คือ “ทางเลือกเพื่อสิ่งแวดล้อมที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นในชีวิตประจำวัน”

ที่มา: ผลสำรวจ Earth Day 2026 โดย Milieu Insight
คำตอบนี้สะท้อนอะไรหลายอย่าง มันสะท้อนความอึดอัดที่หลายคนรู้สึกตรงกัน คือ อยากทำสิ่งที่ดีกว่า แต่กลับถูกปิดกั้นด้วยราคา ความไม่สะดวก หรือตัวเลือกที่มีให้น้อย สินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมมักราคาสูงกว่า ขนส่งสาธารณะก็ไม่ได้ไปถึงทุกที่ที่ต้องการ และระบบคัดแยกขยะก็ยังสับสนและไม่สม่ำเสมอ สุดท้ายคนจึงรู้สึกว่า “ใช้ชีวิตรักษ์โลก” แปลว่าต้องยอม “เสียสละ” หรือไม่ก็ต้องเป็น “สิทธิพิเศษของคนมีฐานะ” — บางครั้งก็ทั้งสองอย่างรวมกัน
ช่องว่างระหว่าง “ตั้งใจ” กับ “ลงมือทำ” เป็นเรื่องจริง ในสิงคโปร์ 58% ของผู้ตอบบอกว่าวางแผนจะลดการใช้ไฟฟ้าและน้ำที่บ้านใน 6 เดือนข้างหน้า — สูงที่สุดในบรรดาตลาดที่สำรวจ แต่ในขณะเดียวกัน 12% บอกว่าไม่คิดจะเปลี่ยนอะไรเลย และอีก 18% บอกว่าเคยคิดแต่ยังไม่ได้ลงมือ แม้แต่ในกลุ่มที่ตั้งใจที่สุด อุปสรรคก็ยังเป็นเรื่องจริง

ที่มา: ผลสำรวจ Earth Day 2026 โดย Milieu Insight
แคมเปญสร้างความตระหนักหรือคำประกาศด้านคาร์บอนทำได้แค่ระดับหนึ่ง หากทางเลือกเริ่มต้นที่คนต้องเจอในชีวิตประจำวันยังไม่ยั่งยืน เป้าหมายที่แท้จริงจึงควรเป็นการทำให้ “ทางเลือกเพื่อโลก” กลายเป็น “ทางเลือกที่ง่ายที่สุด” ไม่ใช่ไลฟ์สไตล์อัปเกรดสำหรับเฉพาะคนที่มีกำลังซื้อ
มุมมองจากจุดนี้
สิ่งที่การศึกษาครั้งนี้สะท้อนในท้ายที่สุด ก็คือ ผู้คน “พร้อม” มากกว่าที่มักถูกมองเห็น พวกเขากำลังเดินฝ่าข้อมูลที่ไม่ครบ ตัวเลือกที่จำกัด และความรู้สึกที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ว่าความรับผิดชอบไม่ได้ถูกแบ่งอย่างเป็นธรรม
ปิดช่องว่างของข้อมูล กำหนดให้มีความโปร่งใส และทำให้ความยั่งยืนเข้าถึงได้ — สามสิ่งนี้คือเส้นฐานของความก้าวหน้าที่มีความหมาย และจากเสียงของคนที่เราสำรวจ มันเป็นเรื่องที่รอคอยมานานเกินไปแล้ว
บทความนี้อ้างอิงจากผลสำรวจ Earth Day 2026 โดย Milieu Insight ซึ่งสำรวจในเดือนเมษายน 2026 ที่สิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย จากผู้ตอบรวม 900 คน (300 คนต่อตลาด) หากต้องการข้อมูลชุดเต็ม กรุณาติดต่อ sales@mili.eu

Author
Milieu Team
At Milieu, we’re a team of curious minds who love digging into data and uncovering what drives people. Together, we turn insights into stories—and stories into action. We also run on coffee, deadlines, and the occasional meme.

