การคุกคามออนไลน์กำลังกำหนดทิศทางการมีส่วนร่วมของผู้หญิงบนสังคมออนไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างไร

ท่ามกลางการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของโลกออนไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เราได้เห็นทั้งจำนวนผู้ใช้งานที่พุ่งสูงขึ้น ตลาดอีคอมเมิร์ซที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว รวมถึงภาพของผู้หญิงรุ่นใหม่ที่ลุกขึ้นมาสร้างธุรกิจและแบรนด์ของตัวเองบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ
เบื้องหลังความสำเร็จเหล่านี้มีกำแพงล่องหนที่ชื่อว่า “ความปลอดภัย” ซ่อนอยู่ ซึ่งมันกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่คอยกำหนดว่า ผู้หญิงจะกล้าแสดงออกหรือใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์ได้เต็มที่แค่ไหน
ผลการศึกษาจาก “Women's Safety & Confidence Perception Study” ของ มิลยู อินไซต์ (Milieu Insight) ซึ่งสำรวจผู้หญิง 3,000 คนในกรุงเทพฯ ฮานอย จาการ์ตา กัวลาลัมเปอร์ มะนิลา และสิงคโปร์ ชี้ให้เห็นว่า การคุกคามออนไลน์ยังคงเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายและอาจส่งผลต่อการมีส่วนร่วมของผู้หญิงทั้งในพื้นที่ดิจิทัลและโลกการทำงาน
เมื่อการคุกคามกลายเป็นเรื่องปกติในโลกดิจิทัล
การคุกคามออนไลน์กลายเป็นประสบการณ์ที่ผู้หญิงจำนวนมากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องเผชิญ

ในฮานอย ผู้หญิงถึง 61% ระบุว่าเคยเผชิญการคุกคามออนไลน์อย่างน้อยหนึ่งรูปแบบภายใน 12 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงที่สุดในการศึกษารองลงมาคือ จาการ์ตา 48% กัวลาลัมเปอร์ 47% มะนิลา 44% และกรุงเทพฯ 43% แม้สิงคโปร์จะมีสัดส่วนต่ำที่สุด แต่ก็ยังมีผู้หญิงถึง 26% หรือประมาณ 1 ใน 4 ที่เคยถูกคุกคามทางออนไลน์เช่นกัน
รูปแบบของการคุกคามไม่ได้จำกัดอยู่แค่การด่าทอหรือคอมเมนต์รุนแรงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงพฤติกรรมที่สร้างผลกระทบในระยะยาว เช่น
- การสะกดรอยหรือการติดตามไปคุกคามทางออนไลน์ต่อเนื่อง(Cyberstalking) พบมากในฮานอย 22% มะนิลา 19% และจาการ์ตา 18%
- การสร้างบัญชีปลอมเพื่อแอบอ้างหรือทำลายชื่อเสียงพบมากถึง 20% ในฮานอย 12% ในจาการ์ตา และ 10% ในกรุงเทพฯ
- การเผยแพร่ภาพส่วนตัวหรือภาพเชิงล่อแหลมโดยไม่ได้รับความยินยอมคิดเป็น 15% ในฮานอย และ 9% ในทั้งมะนิลาและจาการ์ตา
- ในจาการ์ตา ผู้หญิง 11% ระบุว่าเคยถูกนำภาพหรือวิดีโอไปปลอมแปลงซึ่งสูงกว่าสิงคโปร์ถึงสองเท่า
ตัวเลขเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า การคุกคามออนไลน์กำลังกลายเป็นเรื่องที่ผู้หญิงจำนวนมากในภูมิภาคนี้ต้องเผชิญในทุกวัน
เมื่อความกลัวทำให้ผู้หญิงเริ่ม “ถอยออกมา”

หนึ่งในผลกระทบที่เห็นได้ชัดที่สุด คือ ผู้หญิงจำนวนมากเริ่มถอยห่างจากโลกออนไลน์เพื่อปกป้องตัวเอง
ในจาการ์ตา ผู้หญิง 64% ระบุว่าพวกเธอระมัดระวังกับสิ่งที่โพสต์ออนไลน์มากขึ้น ขณะที่มะนิลามีสัดส่วนอยู่ที่ 63% และฮานอย 62%
แม้แต่ในสิงคโปร์ ก็ยังมีผู้หญิงถึง 35% ที่รู้สึกว่าตัวเองต้องลดการเล่นโซเชียลมีเดีย
นอกจากนี้ผู้หญิง 42% ในฮานอยยังระบุว่า พวกเธอเริ่มหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมการพูดคุยหรือแสดงความคิดเห็นในประเด็นสาธารณะ ส่วนในจาการ์ตา ผู้หญิง 24% บอกว่าพวกเธอค่อย ๆ ถอนตัวออกจากกิจกรรมเคลื่อนไหวทางสังคมหรือถอนตัวออกไปเลย
ในวันที่บทสนทนาสาธารณะจำนวนมากเกิดขึ้นบนออนไลน์ การที่ผู้หญิงเริ่ม “เงียบลง” อาจส่งผลต่อความหลากหลายของเสียงและมุมมองที่ถูกนำเสนอในสังคม
ผลกระทบต่ออาชีพและสุขภาพจิต
ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่หน้าจอ การคุกคามออนไลน์กำลังลุกลามไปสู่ชีวิตการทำงานของผู้หญิงด้วยเช่นกัน

ในฮานอย ผู้หญิง 24% ระบุว่าหลีกเลี่ยงโอกาสในการสร้างเครือข่ายทางอาชีพทางออนไลนืเพราะกังวลเรื่องการคุกคามออนไลน์ ขณะที่จาการ์ตาอยู่ที่ 20% และกัวลาลัมเปอร์ 15%
การตัดสินใจถอยห่างจากโลกออนไลน์เหล่านี้อาจส่งผลมากกว่าที่เห็นเพราะในยุคที่การสร้างตัวตนบนออนไลน์กลายเป็นส่วนสำคัญของการทำงาน การลดการแสดงตัวหรือการมีส่วนร่วมบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ อาจกระทบทั้งต่อการมองเห็น โอกาสเติบโตในสายงานและโอกาสใหม่ ๆในระยะยาว
- ขณะเดียวกัน ผู้หญิงจำนวนมากยังสะท้อนว่า ประสบการณ์การถูกคุกคามออนไลน์ส่งผลต่อสุขภาพจิตและคุณภาพชีวิตของพวกเธอด้วย
- ในมะนิลา ผู้หญิง 36% ระบุว่าพวกเธอมีอาการวิตกกังวล ซึมเศร้า หรือมีปัญหาการนอนจากประสบการณ์ถูกคุกคามออนไลน์ รองลงมาคือจาการ์ตาที่ 31% และฮานอย 30% ส่วนกรุงเทพฯ และกัวลาลัมเปอร์อยู่ที่ 24% ขณะที่สิงคโปร์มีสัดส่วนต่ำที่สุดที่ 17%

นอกจากนี้ ผู้หญิงสูงถึง 31% ในภูมิภาคยังบอกว่ากำลังพิจารณาเลิกใช้โซเชียลมีเดียทั้งหมด
สำหรับหลายคน โซเชียลมีเดียไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สื่อสาร แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างเครือข่าย การทำธุรกิจ และการสร้างตัวตนในสายอาชีพ ดังนั้นการถอยออกจากแพลตฟอร์มเหล่านี้อาจส่งผลกระทบที่กว้างกว่าที่เห็น
ประเด็นสำคัญที่ต้องมองต่อ
ข้อมูลจากงานวิจัยชิ้นนี้ทำให้เราเห็นชัดเจนว่า เรื่อง “ความปลอดภัย” กับ “การมีส่วนร่วมบนโลกออนไลน์” มันคือเรื่องที่แยกออกจากกันไม่ได้
จริงอยู่ที่โลกออนไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด เปิดโอกาสใหม่ ๆ ทั้งเรื่องงาน ธุรกิจ และการแสดงออกในสังคม แต่ในขณะเดียวกัน "การคุกคามออนไลน์" ก็ยังเป็นตัวแปรสำคัญที่คอยตีกรอบว่าผู้หญิงจะกล้าใช้พื้นที่ตรงนี้ได้มากน้อยแค่ไหน
ผลการศึกษาไม่ได้บอกว่าผู้หญิงกำลังจะเลิกเล่นโซเชียลไปเลย แต่กำลังชี้ให้เห็นถึง “พฤติกรรมการปรับตัว” ไม่ว่าจะเป็นการโพสต์น้อยลง หลีกเลี่ยงการเป็นที่สนใจ หรือถอยออกจากบางกิจกรรมซึ่งการเซฟตัวเองแบบนี้ ในระยะยาวมันกำลังทำให้พวกเธอเสียโอกาสและทำให้ความหลากหลายบนโลกดิจิทัลลดลงไปด้วย
การทำความเข้าใจพฤติกรรมเหล่านี้จะช่วยให้ทั้งองค์กร แพลตฟอร์มโซเชียล และผู้กำหนดนโยบาย เห็นภาพตรงกันซักทีว่า ความปลอดภัย ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และโอกาสทางเศรษฐกิจ มันเชื่อมโยงและส่งผลกระทบต่อกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในยุคดิจิทัลนี้
บทความนี้อ้างอิงข้อมูลจากงานวิจัย Women’s Safety & Confidence Perception Study ของ มิลยู อินไซต์ ซึ่งจัดเก็บข้อมูลในช่วงเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน 2025 โดยสำรวจผู้หญิง 500 คนในเมืองหลวง 6 แห่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ กรุงเทพฯ ฮานอย จาการ์ตา กัวลาลัมเปอร์ มะนิลา และสิงคโปร์ รวมผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด 3,000 คน

Author
Milieu Team
At Milieu, we’re a team of curious minds who love digging into data and uncovering what drives people. Together, we turn insights into stories—and stories into action. We also run on coffee, deadlines, and the occasional meme.
Latest Insights


