เปิด Insight สงกรานต์ 2026 กับพฤติกรรมผู้บริโภคและเทรนด์ใหม่ ๆ ที่แบรนด์ต้องรู้

Written on :
January 30, 2026
10 min read
Milieu Insight Insight สงกรานต์ 2025

เทศกาลสงกรานต์ 2026 กำลังจะมาถึง พร้อมกับความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในพฤติกรรมผู้บริโภคไทยที่น่าสนใจ จากผลการสำรวจกลุ่มคนไทย 500 คนเมื่อเดือนมกราคม 2026 ที่ผ่านมา พบว่าหลายเทรนด์ยังคงต่อเนื่องจากปีก่อน แต่ก็มีบางพฤติกรรมที่ปรับเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปี 2025 ไม่ว่าจะเป็นแผนการเดินทาง การใช้เวลาช่วงหยุดยาว กิจกรรมที่นิยมทำ งบประมาณที่ตั้งไว้ เมนูอาหารโปรด ช่องทางซื้อสินค้า ตลอดจนทัศนคติต่อการเล่นน้ำสงกรานต์ บทความนี้ Milieu Insight จะนำข้อมูลอินไซต์ที่ได้มาวิเคราะห์ในเชิงลึก เพื่อให้แบรนด์และนักการตลาดเข้าใจทิศทางผู้บริโภคช่วงสงกรานต์ 2026 และเตรียมกลยุทธ์รับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คนไทยยังเลือกอยู่บ้านพักผ่อนมากกว่าออกเดินทาง

วันหยุดยาวสงกรานต์ปีนี้ คนไทยจำนวนมากยังคงเน้นการพักผ่อนอยู่บ้านมากกว่าการเดินทางท่องเที่ยวเหมือนเช่นปีที่แล้ว โดย กว่า 26% ของผู้ตอบแบบสอบถามเลือก “ไม่เดินทาง พักผ่อนอยู่บ้าน” ซึ่งใกล้เคียงกับสัดส่วน 27% ในปี 2025 นับเป็นตัวเลือกเดี่ยวที่มีคนเลือกสูงที่สุดในปีนี้ ส่วนกลุ่มที่มีแผนเดินทางนั้นกระจายไปหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น เที่ยวในจังหวัดตัวเอง (~25%) หรือ กลับภูมิลำเนาต่างจังหวัด (~23%) ขณะที่การ เที่ยวข้ามภูมิภาคในประเทศ (~18%) ก็ได้รับความนิยมพอสมควร และมีคน ยังไม่ตัดสินใจประมาณ 19% ซึ่งบ่งชี้ว่ามีผู้บริโภคส่วนหนึ่งที่รอดูสถานการณ์หรือวางแผนกระชั้นชิดอยู่

ที่น่าสังเกตคือ การเที่ยวต่างประเทศยังคงมีสัดส่วนต่ำมาก เพียงประมาณ 3% ของผู้ตอบฯ เท่านั้น แม้ว่าปีนี้การเดินทางระหว่างประเทศจะสะดวกขึ้นกว่าช่วงโรคระบาดที่ผ่านมา ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากราว 2% ในปีก่อน สะท้อนว่าคนไทยส่วนใหญ่ยังเลือกพักผ่อนใกล้บ้านหรือในประเทศเป็นหลัก นักการตลาดในธุรกิจท่องเที่ยวอาจต้องเน้นโปรโมตแพ็กเกจในประเทศให้ตอบโจทย์ หรือกระตุ้นตลาดต่างประเทศเพิ่มเติมในกลุ่มที่สนใจจริง ๆ

ส่วนใหญ่ใช้เวลาสงกรานต์กับครอบครัว มากกว่ากลุ่มเพื่อน

เมื่อถามถึงการใช้เวลาส่วนใหญ่ในช่วงสงกรานต์ คนไทยกว่า 71% ตอบว่าจะใช้เวลากับ “ครอบครัว” ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจากประมาณ 67% ในปี 2025 ยืนยันว่าเทศกาลสงกรานต์ยังคงเป็นช่วงเวลาแห่งการรวมญาติและพบปะครอบครัวสำหรับคนไทยส่วนใหญ่ แน่นอนว่ารองลงมาก็คือการใช้เวลากับคนใกล้ชิดอื่น ๆ เช่น คนรัก (ประมาณ 10%) หรือ เพื่อน (ประมาณ 8%) ขณะที่มีเพียง ราว 11% เท่านั้นที่เลือกใช้เวลาอยู่คนเดียว ในวันหยุดยาวนี้

การที่ผู้คนส่วนใหญ่โฟกัสไปที่ครอบครัวสะท้อนโอกาสสำหรับแบรนด์ในการทำการตลาดที่เน้นความผูกพันในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญที่เชื่อมความสัมพันธ์คนต่างเจนเนอเรชัน สินค้าสำหรับทำกิจกรรมร่วมกันในบ้าน หรือโปรโมชั่นแบบยกครอบครัว นอกจากนี้ ธุรกิจท่องเที่ยวหรือบริการต่าง ๆ ก็อาจพิจารณาจัดแพ็คเกจสำหรับครอบครัวในช่วงสงกรานต์เพื่อตอบโจทย์กลุ่มนี้

กิจกรรมหลักของสงกรานต์ปีนี้: อยู่บ้านมากกว่าเล่นน้ำ

แม้สงกรานต์จะขึ้นชื่อเรื่องการสาดน้ำตามประเพณี แต่ผลสำรวจชี้ว่ากิจกรรมยอดนิยมอันดับหนึ่งของคนไทยในช่วงสงกรานต์กลับเป็น “การพักผ่อนอยู่บ้าน/ทำกิจกรรมที่บ้าน” เช่น ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม หรือทำงานอดิเรกอื่น ๆ โดย ผู้ตอบกว่า 51% วางแผนจะใช้เวลาพักผ่อนอยู่บ้าน ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์ปีก่อนที่มี 52% ระบุว่าเลือกทำกิจกรรมอยู่บ้านมากที่สุด เนื่องจากช่วงหยุดยาวหลายวันเอื้อให้คนได้ชาร์จพลังและใช้เวลากับครอบครัวแบบพร้อมหน้าพร้อมตา

กิจกรรมอันดับรองลงมาที่ได้รับความนิยมใกล้เคียงกันคือ การเข้าวัดทำบุญ (ประมาณ 33%) ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่หลายครอบครัวทำร่วมกันในวันปีใหม่ไทย ตามมาด้วย การเล่นน้ำสงกรานต์ (ประมาณ 29%) ที่แม้เป็นสัญลักษณ์ของเทศกาลแต่ก็ไม่ได้มาเป็นอันดับแรก ๆ แสดงให้เห็นว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยมองสงกรานต์เป็นช่วงพักผ่อนมากกว่าจะออกไปสาดน้ำเฮฮา นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นที่คนตั้งใจจะทำ เช่น การกลับไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ที่ต่างจังหวัด (~28%), การกินข้าวนอกบ้านหรือไปคาเฟ่ (~22%), การช้อปปิ้งซื้อของเข้าบ้าน (~21%) เป็นต้น ซึ่งแต่ละคนสามารถเลือกทำหลายอย่างตลอดช่วงวันหยุดยาว

เหตุผลหนึ่งที่กิจกรรม “อยู่บ้าน” ได้รับความนิยมสูง อาจเพราะความต้องการผ่อนคลายจากการทำงานและหลีกเลี่ยงความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางท่องเที่ยวท่ามกลางอากาศร้อน ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่หลายคนต้องระมัดระวังการใช้จ่าย การใช้เวลาอยู่บ้านกับครอบครัวจึงเป็นตัวเลือกที่ทั้งประหยัดและอบอุ่นใจ แบรนด์สินค้าหรือบริการที่เกี่ยวข้องกับความบันเทิงภายในบ้าน (เช่น สตรีมมิ่งเกม/หนัง อุปกรณ์ทำครัว กิจกรรม DIY ฯลฯ) สามารถใช้โอกาสนี้ทำโปรโมชั่นรับสงกรานต์เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ดังกล่าว

หนึ่งในสามไม่ออกไปเล่นน้ำ สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตสู้กิจกรรมชุมชนไม่ได้

เมื่อพูดถึงการ “เล่นน้ำสงกรานต์” โดยเฉพาะในที่สาธารณะ ปีนี้พบอินไซต์ที่น่าสนใจว่า คนไทยถึง 34% ระบุว่า “ไม่อยากเล่นน้ำ” เลย ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับสถานที่เล่นน้ำตัวเลือกอื่น ๆ แสดงให้เห็นว่าคนจำนวนไม่น้อยเลือกจะเลี่ยงการออกไปสาดน้ำตามที่สาธารณะ อาจด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย ความไม่สะดวก หรือความชอบส่วนตัวที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นช่วงอายุ 16-24 ปีมีแนวโน้มไม่อินกับการเล่นน้ำมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด (กลุ่มนี้มีเปอร์เซ็นต์ “ไม่เล่นน้ำ” สูงที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มอายุอื่น)

สำหรับคนที่ตั้งใจจะออกไปเล่นน้ำ สถานที่ที่ถูกเลือกมากที่สุดกลับไม่ใช่จุดท่องเที่ยวยอดนิยมที่คนต่างจังหวัดแห่มาเที่ยวอย่างถนนข้าวสารหรือเชียงใหม่ แต่คือ “งานสงกรานต์ที่จัดในละแวกบ้าน” (ประมาณ 20%) ซึ่งหมายถึงกิจกรรมที่จัดโดยชุมชนหรือท้องถิ่นของตนเอง นั่นสอดคล้องกับเทรนด์การอยากฉลองใกล้บ้านและร่วมสนุกกับคนในพื้นที่มากกว่าเดินทางฝ่าฝูงชนไปจุดดัง ๆ ส่วนสถานที่ชื่อดังระดับประเทศอย่าง คูเมืองเชียงใหม่ (~10%), ถนนข้าวสาร กรุงเทพฯ (~4%), ถนนสีลม กรุงเทพฯ (~3%) หรือจุดจัดงานภูมิภาคอื่น ๆ เช่น ขอนแก่น (ถ.ข้าวเหนียว ~3%), พัทยา (~5%), หัวหิน (~3%), ภูเก็ต (~3%) มีคนเลือกอยู่ในระดับเลขหลักเดียวเท่านั้น

อินไซต์นี้ชี้ว่าการจัดกิจกรรมสงกรานต์แนว Local/Community กำลังมีบทบาทสำคัญ นักการตลาดหรือแบรนด์ที่อยากจัดอีเวนต์ช่วงสงกรานต์อาจพิจารณาเน้นการสนับสนุนกิจกรรมในชุมชน หรือจัดงานขนาดย่อมที่เข้าถึงคนพื้นที่ได้ดี แทนที่จะทุ่มงบกับอีเวนต์ใหญ่ที่คนอาจไม่อยากฝ่าฝูงชนไป นอกจากนี้ การที่คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยเมินการเล่นน้ำแบบเดิม ๆ ยังเปิดโอกาสให้แบรนด์คิดกิจกรรมทางเลือกอื่นที่สร้างความสนุกตื่นเต้นในช่วงสงกรานต์ โดยไม่จำเป็นต้องผูกกับการสาดน้ำเสมอไป เช่น คอนเสิร์ตหรือเทศกาลดนตรี (ซึ่งจากข้อมูลพบว่าคนรุ่นใหม่สนใจเพลงแนว EDM/แดนซ์มากที่สุดในเทศกาลนี้) หรือกิจกรรมกีฬาและวิ่งเล่นน้ำการกุศล เป็นต้น

คนไทยตั้งงบใช้จ่ายสงกรานต์ไม่เกิน 3,000 บาท เป็นหลัก

แม้จะเป็นวันหยุดเทศกาลใหญ่ แต่การใช้จ่ายของผู้บริโภคยังอยู่ในระดับค่อนข้างระมัดระวัง ผลสำรวจพบว่า กลุ่มงบประมาณที่คนตั้งใจใช้ช่วงสงกรานต์ (รวมทุกเรื่องทั้งเที่ยว ช้อปปิ้ง สังสรรค์ ฯลฯ) มีมากที่สุดในช่วง “1,000 - 2,999 บาท” (ประมาณ 33%) ซึ่งใกล้เคียงกับปีที่แล้วที่กลุ่มงบประมาณระดับนี้นำโด่งที่ราว 35% นอกจากนี้ยังมีกลุ่มที่ตั้งงบ 3,000 - 4,999 บาท (~21%) ตามมาเป็นอันดับสอง ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์ปีก่อนที่กลุ่มใช้งบระดับกลางค่อนไปทางสูงเป็นลำดับรองลงมา ส่วนคนที่ประหยัดมากตั้งงบ ต่ำกว่า 500 บาท (~13%) ก็มีอยู่พอสมควร ขณะที่ปลายสุดอีกด้าน กลุ่มที่ทุ่มงบ 5,000 บาทขึ้นไปมีเพียงประมาณ 18% รวมกัน (แบ่งเป็น 5,000-9,999 บาท ~12%, และ 10,000 บาทขึ้นไปไม่ถึง 6%) เท่านั้น

แนวโน้มงบประมาณนี้หมายความว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่พร้อมใช้จ่ายอยู่ในวงเงินจำกัดที่ไม่สูงเกินไป นักการตลาดสามารถใช้ข้อมูลนี้ในการกำหนดราคาสินค้า/บริการหรือจัดโปรโมชันให้สอดคล้องกับงบที่ลูกค้าส่วนใหญ่ตั้งใจจ่าย เช่น การทำแพ็กเกจสินค้าในราคาประมาณหลักร้อยถึงพันกลาง ๆ จะมีโอกาสดึงดูดลูกค้าได้มากกว่า นอกจากนี้ยังอาจใช้กลยุทธ์ผ่อนชำระ 0% หรือคูปองส่วนลดเพื่อกระตุ้นให้กลุ่มที่ตั้งงบไว้น้อยรู้สึกสบายใจกับการใช้จ่ายมากขึ้น

สำหรับ งบประมาณที่กันไว้เฉพาะเรื่องอาหาร/เครื่องดื่ม ช่วงสงกรานต์ แนวโน้มก็ใกล้เคียงกับงบโดยรวม คือคนส่วนใหญ่จะใช้งบราว ไม่เกิน 3,000 บาท เช่นกัน โดยในปี 2025 กลุ่มค่าอาหาร 1,000 - 3,000 บาทมีสูงถึง 37% และปีนี้ก็ยังอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน (ประมาณ 35%) รองลงมาคือกลุ่ม 500 - 999 บาท (~25%) และ ต่ำกว่า 500 บาท (~19%) จะเห็นได้ว่าคนไทยจำนวนมากไม่ได้ฟุ่มเฟือยกับค่าอาหารในเทศกาล แม้จะมีสังสรรค์ปาร์ตี้ก็ตาม ส่วนกลุ่มที่ยอมจ่ายมากกว่า 3,000 บาทกับอาหารมีไม่ถึง 20% ซึ่งส่วนใหญ่คงเป็นกลุ่มที่จัดงานเลี้ยงใหญ่จริง ๆ หรือท่องเที่ยวต่างจังหวัดที่ต้องเหมารวมค่ากินอยู่หลายวัน ธุรกิจร้านอาหารหรืออาหารเดลิเวอรี่อาจนำข้อมูลนี้ไปวางแผนทำโปรโมชันชุดอาหารในช่วงราคาไม่เกิน 3,000 บาทต่อครอบครัวต่อช่วงเทศกาล เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าคุ้มค่าและไม่เกินงบที่ตั้งใจไว้

ชาบู/หมูกระทะยังยืนหนึ่งเมนูต้องมีในสงกรานต์

เมื่อพูดถึงเมนูอาหารที่ “ต้องกิน” ในช่วงสงกรานต์ “ชาบู/ปิ้งย่าง/หมูกระทะ” ยังครองแชมป์เป็นอันดับ 1 อย่างเหนียวแน่น ทั้งในปีที่แล้วและปีนี้ โดยผลสำรวจล่าสุดชี้ว่า คนไทยราว 55% เลือกชาบู/หมูกระทะเป็นเมนูที่ต้องมีบนโต๊ะสงกรานต์ ซึ่งเท่า ๆ กับสัดส่วน 55% ในปี 2025 แม้อากาศจะร้อนเพียงใดก็ตาม เหตุผลอาจเพราะการกินชาบูหรือหมูกระทะให้อรรถรสการสังสรรค์ ทุกคนได้ล้อมวงปรุงอาหารและทานร่วมกัน ทำให้เข้ากับบรรยากาศรวมญาติและปาร์ตี้ครอบครัวในเทศกาลนี้อย่างยิ่ง

เมนูยอดนิยมรอง ๆ ลงมาที่ขาดไม่ได้สำหรับหลายบ้าน ได้แก่ อาหารทะเล/ซีฟู้ด (ประมาณ 46%), อาหารอีสาน เช่น ส้มตำ ลาบ น้ำตก (~44%), และ เครื่องดื่มเย็น ๆ อย่าง “น้ำอัดลม” (~45%) ก็เป็นของที่ต้องมีติดตู้เย็นช่วงสงกรานต์เช่นกัน ไม่แพ้ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (~29%) สำหรับวงสังสรรค์ นอกจากนี้ ของทอดกินเล่น (ลูกชิ้นทอด เฟรนช์ฟรายส์ ฯลฯ ~37%) และ ขนมหวานหรือของหวานเย็น (~23%) ก็อยู่ในรายการเมนูยอดฮิตของหลายครอบครัว จะเห็นว่าความนิยมของอาหารแต่ละประเภทไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนักจากปีก่อน เมนูหลัก ๆ ที่คนไทยชื่นชอบในช่วงสงกรานต์ยังคงหนีไม่พ้นอาหารจานใหญ่กินพร้อมกันและเมนูท้องถิ่นที่มีรสชาติจัดจ้านถูกปาก

สำหรับอาหารต่างชาติหรือเมนูทันสมัยอื่น ๆ นั้นดูจะไม่ใช่ตัวเลือกหลักในเทศกาลนี้ เช่น อาหารฟาสต์ฟู้ด (พิซซ่า ไก่ทอด เบอร์เกอร์) มีคนเลือกประมาณ 21%, อาหารญี่ปุ่นหรือเกาหลีอยู่ที่ราว 7% เท่านั้น สะท้อนว่าช่วงสงกรานต์คนไทยมักโหยหารสชาติและบรรยากาศแบบไทย ๆ บ้าน ๆ หรืออาหารที่กินด้วยกันหลายคนมากกว่าแบรนด์ฟาสต์ฟู้ดหรืออาหารเดี่ยว ๆ ดังนั้นร้านอาหารและแบรนด์สินค้าอาหารควรเน้นทำการตลาดเมนูที่เข้ากับการทานแบบกลุ่ม เช่น จัดชุดหมูกระทะหรือซีฟู้ดเซ็ตขนาดใหญ่ โปรโมชั่นเครื่องดื่มแพ็ค เป็นต้น เพื่อรองรับดีมานด์ช่วงนี้โดยเฉพาะ

ร้านสะดวกซื้อและไฮเปอร์มาร์เก็ตเป็นช่องทางซื้อของยอดนิยม

พอพูดถึงอาหารก็ต้องพูดถึง ช่องทางที่ผู้บริโภคเลือกซื้อของกินของใช้ เตรียมต้อนรับสงกรานต์ด้วย ผลสำรวจเผยว่า “ร้านสะดวกซื้อ” ยังคงเป็นช่องทางอันดับหนึ่งที่คนนึกถึง เมื่อจะจับจ่ายช่วงเทศกาล โดย 54% ของผู้ตอบแบบสอบถามบอกว่าจะไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ เช่น 7-Eleven, Lotus’s Go Fresh, Mini Big C เป็นต้น เหตุผลหลักก็เพราะร้านเหล่านี้หาง่าย ใกล้บ้าน และเปิดบริการทุกวันไม่มีวันหยุด ยิ่งช่วงเทศกาลร้านโชห่วยเล็ก ๆ อาจปิดร้านกลับบ้านกัน แต่แฟรนไชส์สะดวกซื้อยังคงเปิดรองรับความต้องการได้ตลอด

อันดับสองคือ “ไฮเปอร์มาร์เก็ต” ขนาดใหญ่ (Hypermarket) เช่น Lotus’s, Big C, Makro ที่ 51% ซึ่งศูนย์การค้าเหล่านี้มีของให้เลือกครบครันและมักจัดโปรโมชั่นสงกรานต์ดึงดูดใจ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เล่นน้ำ เครื่องใช้ในบ้าน หรืออาหารสดจำนวนมากในราคาส่ง ทั้งร้านสะดวกซื้อและไฮเปอร์มาร์เก็ตถือว่าเป็น Top 2 ช่องทางที่ครองใจผู้บริโภคในช่วงเทศกาลนี้มาต่อเนื่อง

ที่น่าสนใจคือ “ตลาดสด” กลับมาได้รับความนิยมสูงติดอันดับด้วย (ประมาณ 49%) สูสีกับห้างสรรพสินค้าใหญ่ อาจเพราะหลายครอบครัวเลือกทำอาหารเองที่บ้านในช่วงสงกรานต์ การออกไปซื้อวัตถุดิบสดใหม่จากตลาดสดใกล้บ้านจึงเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องความประหยัดและความสดของของกิน นอกจากนี้ ซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดย่อม (เช่น Tops, Foodland ~29%) ก็ยังคงมีบทบาท ส่วน ช่องทางออนไลน์หรือแอปเดลิเวอรี่อย่าง Grab, Line Man นั้นมีผู้ใช้ราว 20% ซึ่งแม้จะไม่มากเท่าช่องทางออฟไลน์ แต่ก็ถือว่าเป็นทางเลือกสำหรับคนเมืองที่ต้องการความสะดวกจริง ๆ หรือร้านอาหารในห้าง (~17%) และร้านค้าข้างทาง (~20%) ก็พอมีคนเลือกใช้เช่นกัน

สำหรับนักการตลาด การที่ผู้บริโภคยังพึ่งพาช่องทางหน้าร้านดั้งเดิมเป็นหลัก หมายความว่าการจัดดิสเพลย์สินค้าและโปรโมชั่น ณ จุดขายในร้านสะดวกซื้อหรือไฮเปอร์มาร์เก็ตเป็นสิ่งสำคัญมาก แบรนด์ควรดีลกับร้านคู่ค้าเพื่อให้สินค้าได้ตำแหน่งเด่นในช่วงก่อนสงกรานต์ รวมถึงจัดแพ็คสินค้าและราคาพิเศษเฉพาะเทศกาล นอกจากนี้ การไม่มองข้ามตลาดสดก็สำคัญ หากเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่สามารถวางขายผ่านยี่ปั๊วหรือร้านส่งของตลาด ก็ควรกระจายสินค้าให้ถึงช่องทางเหล่านี้ก่อนวันหยุดยาว ขณะเดียวกัน ช่องทางออนไลน์แม้จะยังเล็กแต่มีโอกาสเติบโต ธุรกิจเดลิเวอรี่หรืออีคอมเมิร์ซอาจใช้ช่วงสงกรานต์กระตุ้นการใช้งาน ด้วยการจัดส่งฟรีหรือดีลพิเศษสำหรับคนที่อยู่บ้านช่วงวันหยุด เป็นต้น

ข้อเสนอแนะสำหรับแบรนด์และนักการตลาด

  • เน้นกลยุทธ์การตลาดแบบครอบครัว: จากข้อมูลที่คนส่วนใหญ่ใช้สงกรานต์อยู่กับครอบครัว แบรนด์ควรสร้างแคมเปญที่สื่อถึงความสัมพันธ์ในครอบครัวหรือทำโปรโมชั่นแบบกลุ่มยกเซ็ตที่คุ้มค่าสำหรับซื้อใช้ร่วมกัน
  • สนับสนุนกิจกรรมอยู่บ้าน: เมื่อการพักผ่อนที่บ้านได้รับความนิยมสูง แบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภคควรใช้โอกาสนี้โปรโมตสินค้าที่ช่วยให้วันหยุดอยู่บ้านสนุกขึ้น เช่น ชุดปิ้งย่างทำเองที่บ้าน อุปกรณ์ความบันเทิง เครื่องดื่มขนาดใหญ่ เป็นต้น รวมถึงบริการสตรีมมิ่งหรือเกมออนไลน์ก็สามารถทำแคมเปญช่วงเทศกาลเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ใช้
  • สร้างสรรค์อีเวนต์ทางเลือกแทนการเล่นน้ำ: เนื่องจากคนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยไม่ตื่นเต้นกับการออกไปเล่นน้ำเหมือนแต่ก่อน การจัดกิจกรรมสงกรานต์ที่แตกต่าง เช่น มินิคอนเสิร์ต, งานเทศกาลอาหาร, หรือกิจกรรมการกุศล อาจดึงดูดกลุ่มนี้ได้ดีกว่า แบรนด์สามารถเข้าไปเป็นผู้สนับสนุนกิจกรรมเหล่านี้ในชุมชนหรือเมืองต่าง ๆ เพื่อสร้างการรับรู้และภาพลักษณ์ที่ดี
  • ปรับสินค้าบริการให้อยู่ในงบที่จับต้องได้: เมื่อผู้บริโภคส่วนใหญ่ตั้งงบใช้จ่ายไว้ไม่เกินประมาณ 3,000 บาท แบรนด์ควรตรวจสอบไลน์สินค้า/บริการของตนว่ามีตัวเลือกในช่วงราคานี้เพียงพอหรือไม่ การออกโปรโมชันลดราคา แพ็กเกจชุดประหยัด หรือของแถมเพิ่มมูลค่า จะช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของลูกค้าที่ระมัดระวังค่าใช้จ่าย
  • ผลักดันเมนูและสินค้ายอดนิยม: ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มควรใช้ประโยชน์จากอินไซต์เมนูที่คนชื่นชอบ เช่น ทำแคมเปญโฆษณาเมนูชาบู/หมูกระทะหรือซีฟู้ดสำหรับสงกรานต์ จัดเซ็ตวัตถุดิบพร้อมปรุงขายในห้าง หรือออกสินค้ารสชาติพิเศษช่วงซัมเมอร์ นอกจากนี้แบรนด์เครื่องดื่ม (ทั้งมีและไม่มีแอลกอฮอล์) ควรวางแผนสต็อกสินค้าและโปรโมชันรับหน้าร้อน เพราะน้ำอัดลมและเครื่องดื่มเย็น ๆ เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้บนโต๊ะสงกรานต์ของหลายบ้าน
  • โฟกัสช่องทางจัดจำหน่ายที่ใช่: จากข้อมูลช่องทางซื้อของ จะเห็นว่าร้านสะดวกซื้อ ไฮเปอร์มาร์เก็ต และตลาดสด เป็นสามช่องทางหลักที่คนจับจ่ายช่วงสงกรานต์ แบรนด์ควรกระจายสินค้าและจัดกิจกรรมหน้าร้านในช่องทางเหล่านี้อย่างเต็มที่ก่อนและระหว่างเทศกาล ขณะเดียวกันก็ไม่ควรละเลยช่องทางออนไลน์ โดยอาจเสนอโปรพิเศษผ่านแอปเดลิเวอรี่หรืออีคอมเมิร์ซเพื่อเข้าถึงกลุ่มที่อยู่บ้านและต้องการความสะดวก

พร้อมรับเทรนด์สงกรานต์ใหม่ ๆ ไปกับเรา

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของอินไซต์ผู้บริโภคช่วงสงกรานต์ 2026 ที่น่าสนใจ หากแบรนด์หรือธุรกิจใดต้องการเจาะลึกข้อมูลเพิ่มเติม Milieu Insight มีชุดข้อมูลเชิงลึกจากการสำรวจครั้งนี้พร้อมให้คุณค้นคว้าอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเพื่อวางแผนการตลาดหรือพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์เทศกาลและผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น สนใจสามารถดาวน์โหลดรายงานแบบเบื้องต้นได้ฟรี หรือ ติดต่อทีมของเราเพื่อขอคำปรึกษาการวิจัยแบบกำหนดเอง ที่เหมาะกับความต้องการของคุณ แล้วมาร่วมยกระดับกลยุทธ์การตลาดด้วยพลังข้อมูลอินไซต์ไปด้วยกันในสงกรานต์ปีนี้

Milieu Team
Author
Milieu Team

At Milieu, we’re a team of curious minds who love digging into data and uncovering what drives people. Together, we turn insights into stories—and stories into action. We also run on coffee, deadlines, and the occasional meme.

Latest Insights

พร้อมที่จะยกระดับเกมเชิงลึกของคุณหรือไม่?

Take the first step towards data-driven excellence.
Contact Milieu today.
ขอบคุณเราจะติดต่อกันเร็ว ๆ นี้!
อ๊ะ!มีบางอย่างผิดปกติขณะส่งแบบฟอร์ม
Contact us
__wf_สงวน_มรดก__wf_สงวน_มรดก