อิสรภาพทางการเงินของชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งที่ยังไม่ย้ายออกจากบ้าน

เวลานึกถึงอิสรภาพทางการเงิน เรามักวาดภาพคนที่อยู่ด้วยตัวเอง จ่ายบิลของตัวเอง และสร้างชีวิตตามแบบที่ตัวเองต้องการ แต่ผลสำรวจจากผู้ใหญ่ 3,000 คนในสิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม กลับพบว่าหลายคนที่มองว่าตัวเองมีอิสรภาพทางการเงินแล้ว ยังคงอาศัยอยู่กับครอบครัว

อันที่จริง 51% ของผู้ตอบแบบสอบถามบอกว่าปัจจุบันอาศัยอยู่กับครอบครัว ญาติ หรือเพื่อนบางคน ในขณะที่เก็บเงินเพื่อหาที่อยู่ของตัวเอง
นั่นคือกลุ่มที่อยู่อาศัยที่ใหญ่ที่สุดในการสำรวจ มากกว่ากลุ่มที่เช่าอยู่เอง (9%) กลุ่มที่เป็นเจ้าของบ้าน (24%) หรือกลุ่มที่อยู่แบบ co-living (4%)
อินโดนีเซียมีสัดส่วนสูงที่สุดที่ 61% ตามด้วยสิงคโปร์ (57%) และเวียดนาม (54%) ทั้ง 6 ตลาด การอยู่กับครอบครัวระหว่างเก็บเงินไม่ใช่ข้อยกเว้น แต่เป็นเรื่องปกติ
อิสรภาพไม่ได้แปลว่าต้องย้ายออกเสมอไป

สิ่งที่ทำให้ผลสำรวจนี้น่าสนใจเป็นพิเศษคือ คนเหล่านี้คือใคร การสำรวจพบว่า 43% บอกว่าตัวเองมีอิสรภาพทางการเงินและใช้จ่ายไปกับตัวเองเป็นหลัก ขณะที่อีก 37% มีอิสรภาพทางการเงินแต่ก็ช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้สมาชิกในครอบครัวด้วย
พูดอีกอย่างคือ หลายคนหารายได้เอง บริหารการเงินของตัวเอง และในบางกรณียังช่วยเลี้ยงดูคนอื่น ทั้งหมดนี้ขณะที่ยังอาศัยอยู่บ้าน แทนที่จะเป็นสัญญาณของการพึ่งพิง กลับดูเหมือนเป็นการตัดสินใจทางการเงินที่มีเหตุผลในทางปฏิบัติมากกว่า ผู้ตอบหลายคนกำลังลงมือทำเพื่อเป้าหมายระยะยาวอย่างจริงจัง โดย 38% เก็บเงินสำหรับกองทุนฉุกเฉิน 36% สร้างเงินออมเพื่อการเกษียณ และ 29% เก็บเงินเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์
สำหรับหลายคน การอยู่บ้านเปิดโอกาสให้เก็บเงินได้เร็วขึ้นและเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต
ใช้จ่ายมากขึ้น เก็บออมมากขึ้น
การสำรวจยังสำรวจด้วยว่าพฤติกรรมการใช้จ่ายเปลี่ยนไปอย่างไรในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

โดยรวมแล้ว 38% บอกว่าทุกวันนี้ใช้จ่ายมากกว่าเมื่อสองถึงสามปีก่อน ไม่ว่าจะเพราะรายได้เพิ่มขึ้นหรือเพราะค่าครองชีพค่อย ๆ แพงขึ้น มีเพียง 10% ที่บอกว่าตั้งใจลดการใช้จ่ายลง แนวโน้มนี้แตกต่างกันอย่างมากในแต่ละตลาด
เวียดนาม: กำลังซื้อที่กำลังเพิ่มขึ้น
เวียดนามโดดเด่นในฐานะตลาดที่ได้รับผลกระทบจาก lifestyle creep (การที่ค่าใช้จ่ายค่อย ๆ สูงขึ้นตามไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป) มากที่สุด ผู้ตอบชาวเวียดนามเกือบสี่ในสิบ (39%) บอกว่าใช้จ่ายมากขึ้นเมื่อไลฟ์สไตล์เปลี่ยนไป ตลาดนี้ยังติดอันดับสูงสุดในด้านการใช้จ่ายกับการกินข้าวนอกบ้านและแฟชั่น สะท้อนว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้นกำลังแปรเปลี่ยนเป็นการใช้จ่ายตามใจที่มากขึ้น
ไทย: กำลังรู้สึกถึงแรงกดดัน
ไทยเล่าเรื่องอีกแบบ ผู้ตอบชาวไทยมากกว่าหนึ่งในสาม (34%) บอกว่าค่าครองชีพที่สูงขึ้นบีบให้ต้องลดการใช้จ่ายลง ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงที่สุดในบรรดาตลาดที่สำรวจทั้งหมด สอดคล้องกับอีกผลหนึ่งจากการศึกษา ที่พบว่า 41% ของผู้ตอบชาวไทยแทบไม่มีหรือไม่มีเงินเหลือใช้จ่ายตามใจหลังหักค่าใช้จ่ายจำเป็น
สิงคโปร์: ใช้จ่ายอย่างมีเป้าหมาย
ผู้ตอบชาวสิงคโปร์เป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มมากที่สุดที่จะมองว่าตัวเองเป็นนักใช้จ่ายที่มีเป้าหมายชัดเจน มากกว่าหนึ่งในสี่ (26%) บอกว่าศึกษาข้อมูลก่อนซื้ออย่างรอบคอบและแทบไม่ซื้อตามอารมณ์ชั่ววูบ สะท้อนแนวทางการบริหารค่าใช้จ่ายที่ผ่านการไตร่ตรองมากขึ้น
เส้นทางสู่อิสรภาพที่ต่างออกไป

เมื่อนำผลทั้งหมดมามองรวมกัน ผลสำรวจชี้ว่าชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จำนวนมากกำลังเดินเข้าสู่อิสรภาพในแบบที่ต่างจากคนรุ่นก่อน การอยู่บ้านนานขึ้นมักไม่ใช่เรื่องของความจำเป็น แต่เป็นเรื่องของกลยุทธ์มากกว่า การลดค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัยช่วยให้หลายคนสะสมเงินออม เตรียมพร้อมสำหรับการซื้อในอนาคต และสร้างรากฐานทางการเงินที่แข็งแรงขึ้นก่อนจะย้ายออก
รายได้ที่เพิ่มขึ้นและไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปกำลังส่งผลต่อวิธีการใช้จ่ายของผู้คน ขณะที่แรงกดดันจากค่าครองชีพยังคงกำหนดทิศทางการตัดสินใจทางการเงินในบางตลาด สำหรับคนจำนวนมากทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเดินทางสู่อิสรภาพไม่ได้เริ่มต้นหลังจากย้ายออกจากบ้าน แต่เริ่มต้นตั้งแต่ยังอาศัยอยู่ที่นั่น
อ้างอิงจากผลการศึกษา Milieu 2026 Solo Economy Study สำรวจในเดือนเมษายน 2026 ครอบคลุมสิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ จำนวนกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 3,000 คน

Author
Milieu Team
At Milieu, we’re a team of curious minds who love digging into data and uncovering what drives people. Together, we turn insights into stories—and stories into action. We also run on coffee, deadlines, and the occasional meme.


